ภาพเก่าเล่าอดีต

 

 

 

 

 

 


ช่างซอเมืองลับแล
าพช่างซอเมืองลับแลนี้ ต้นฉบับเก็บรักษาอยู่ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติท่าวาสุกรีซึ่งเป็นสมบัติเดิมของ พณฯ แฮมิลตัน คิง เอกอัครราชทูต ของสหรัสอเมริกาประจำสยาม อยู่ระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๔๑ - ๒๔๕๕ หรือระหว่าง รัชกาลที่๕ ต่อถึง รัชกาลที่๖ สันนิษฐานว่าภาพถ่ายนี้เป็นฝีพระหัตของ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ในการเสด็จตรวจราชเมืองลับแล ครั้งใดครั้งหนึ่ง ระหว่างทรงเป็นเสนาบดีมหาดไทยในรัชกาลที่ ๕   เป็นที่น่าศึกษาว่าชาวเมืองเชียงแสนที่อพยพมาอยู่ลับแลนั้น ได้นำเอาการขับซอและภูมิปัญญาดั้งเดิมมาด้วย และยังคงมีการขับซอกันอยู่ในยุคนั้นการขับซอของชาวลับแลนี้ เป็นสิ่งที่ติดตัวมาจากเชียงแสนโดยตรง ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงหรือรับมาจากเมืองเชียงใหม่แต่อย่างใด ปัจจุบันซอเมืองลับแลได้หายสาบสูญไปแล้ว ยังคงเหลือเพียงแต่วัฒนธรรมการพูดและการทอผ้าเท่านั้น

 

 

 

 


ช่างซอจากเชียงใหม่ ลงมากรุงเทพฯ
    ากจดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน ในรัชการที่ ๕ ภาคที่ ๑๙ กล่าวว่า "วันอังคาร ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๖ ปีระกา จ.ศ. ๑๒๔๖" เทียบกับปฏิทินคือ วันที่ ๑๔ เมษายน ๒๔๒๘ เวลาใกล้เที่ยง  กล่าวไว้ว่า..."ขณะเมื่อก่อนเสวยนั้น สมเด็จกรมพระ (สมเด็จเจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ ต้นสกุลมาลากุล) นำลาวขับเป่าขลุ่ยเมืองเชียงใหม่ ซึ่งโปรดให้มีตราขอให้จัดลงมาจะส่งออกไปเข้าเอกษฮิบิเชนเมืองอังกฤษนั้น ลงมาถึง นำเข้ามาเฝ้าที่หน้าพระที่นั่งจักรี โปรดเกล้าฯ ให้เข้ามาขับถวายตัวเวลาเสวย มีผู้ชายคนขับ ๑ หญิงคนขับ ๑ คนขลุ่ย ๓ คน ขับถวายตัวอยู่จนเสวยแล้ว โปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าคนละสำรับ เงินคนละ ๓๐ บาท แล้วเสด็จขึ้นข้างใน" ลาวขับเป่าขลุ่ยเมืองเชียงใหม่ที่กล่าวถึงนั้นคือช่างซอเมืองเชียงใหม่นั้นเอง ซึ่งจะจัดส่งไปร่วมงานแสดงสินค้าและดนตรีนานาชาติ พ.ศ. ๒๔๒๘ ที่ประเทศอังกฤษ แต่ไม่ได้ไป เพราลงมาจากเชียงใหม่ช้า ซึ่งทางการได้จัดส่งนักดนตรีของอีสานไปตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ นับอายุถึงปัจจุบัน พ.ศ.๒๕๕๐ เป็นเวลา ๑๒๒ ปี

 

 


จิตกรรมฝาผนัง วัดป่าแดด อ.แม่แจ่ม
  วัดป่าแดด ตั้งอยู่ที่ ต.ท่าผา ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในวิหาร ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ วาดโดยช่างแต้มชาวไทยใหญ่ เป็นเรื่องพุทธประวัติ ชาดกต่างๆ และวิถีชีวิต วิหารหลังนี้สร้างขึ้น พร้อมกับการสร้างวัด เมื่อ ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๐๐ 

 

 

 

 


จิตกรรมฝาผนัง วัดเวียงต้า อ.ลอง
   วัดเวียงต้า ตั้งอยู่ที่ อำเภอลอง จังหวัดแพร่ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังสีฝุ่นที่ค่อนข้างสมบูรณ์ กล่าวถึงวิถีชีวิตประจำวันของชาวบ้านในยุคนั้น มีอายุเก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น (ร.๓ - ร.๔)   หนังสือของ วิถี พานิชพันธ์ ระบุความเป็นมาเกี่ยวกับภาพจิตรกรรมชุดดังกล่าวจากคำบอกเล่าของผู้สูงอายุในหมู่บ้านเพิ่มเติมว่า "ภาพเหล่านี้เดิมติดอยู่ไว้บนอาคารไม้ยกพื้นสูงเป็นทรงมณฑปหรือทรงพญาธาตุแบบของชาวไทยใหญ่ เพราะเดิมทีมีชาวไทยใหญ่มาความคุมกิจการทำไม้ในเวียงต้า จึงมีจิตรศรัทธาสร้างวัดไว้ ทำบุญ ทำกุศล กาลเวลาผ่านไป อาคารดังกล่าวทรุดโทรมลง ชาวบ้านชาวบ้านจึงช่วยกันรื้อถอน แล้วเห็นว่าภาพเขียนนี้ยังดีอยู่ เลยนำมาตีปะเป็นฝาของวิหารหลังใหม่ เป็นการประหยัดงานตกแต่งอาคารหลังใหม่ ทำให้รูปเหล่านี้ไม่ได้แยกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยหรือเป็นเศษไม่ทำฟืนไป"
 
ปัจจุบันภาพเขียนนี้ถูกเก็บรักษาไว้ที่หอคำหน้อยไร่แม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

 

 


คณะซอ จันทร์ทิพย์ เรือนรักเรา
าพนี้มีอายุร่วม ๓๐ ปี เป็นภาพของคณะซอนายจันทร์ทิพย์ เรือนรักเรา หรือ "จั๋นติ๊บ สามหลัง" ช่างซอนามอุโฆษในอดีต แถวนั่งจากซ้ายไปขวา ๑.ศรีออน วังสิงห์คำ, ๒.จั๋นติ๊บ สามหลัง, ๓.คำหน้อย ป่าแงะ ส่วนแถวยืน คนที่ ๔ จากซ้าย คือ นายบุญทา เรือนรักเรา หรือเรียกว่า "พ่อทาอ้อย" น้องชายของนายจันทร์ทิพย์นั้นเอง

 

 

 

 


ปกเทปซอ ปั๋นแก้ว - บัวซอน (NKR036)
    กเทปซอ เรื่องชีวิตชาวนา เป็นรูป พ่อปั๋นแก้ว พรหมรักษ์ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย กับแม่บัวซอน เมืองป๊าว บันทึกเสียงโดยห้างนครพานิชย์ ถนนวิชยนนท์ เชียงใหม่

 

 

 


คณะซอ รวมศิลป์พัฒนา
ณะซอรวมศิลป์พัฒนา จังหวัดเชียงราย ก่อตั้งโดยพ่อติ๊บ แก้วก๊อ มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วภาคเหนือ ภาพนี้ถ่ายเมื่อ วันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๓๒ หลังจากคว้ารางวัล ชนะเลิศอันดับ ๑ การประกวดซอ จังหวัดลำปาง จากซ้าย ๑.เรวัฒน์ ร้องขี้เหล็ก, ๒.ทองสร้อย หนองเก้าห้อง, ๓.คำหน้อย หนองก๋าย, ๔.พ่อหนานแก้ว เอื้องเงิน, ๕.นายอุดร แก้วก๊อ, ๖.นายคำอ้าย วงศ์ปิน, ๗.พ่อติ๊บ แก้วก๊อ

 

 

 

 


แม่คำปัน เงาใส - เด็กหญิงบัวซอน ถนอมบุญ
   าพแม่ครูคำปัน เงาใส และเด็กหญิงบัวซอน ถนอมบุญ ในงานประกวดซอประจำอำเภอ และได้รับรางวัลที่ ๑ ซึ่งเป็นการขึ้นซอเวทีแรกหลังจากร่ำเรียนการขับซอจากแม่ครูคำปัน

นางบัวซอน ถนอมบุญ (บัวซอน เมืองป๊าว) เกิดเมื่อ วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๔๘๗ ที่บ้านต้นลุง อำเภอพร้าว เรียนซอเมื่ออายุได้ ๑๓ ปี กับแม่ครูคำปัน เมืองป๊าว ใช้เวลาเรียนเพียง ๓ เดือนก็สามารถออกงานได้

- ผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรม (สวช.) พ.ศ. ๒๕๓๐

- ศิลปินพื้นบ้านดีเด่น การขับซอ สภาวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๔๐

- ครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๔๔  ฯลฯ

 

 


แผ่นเสียงตรา สุนัขฟังเครื่องเล่นเสียง
ามที่ได้มีการค้นคว้า แผ่นเสียงตราสุนัขฟังเครื่องเล่นเสียงนี้ ได้นำช่างซอจากเมืองเชียงใหม่ลงมาบันทึกเสียงที่กรุงเทพฯ ในช่วง พ.ศ. ๒๔๖๐ ซึ่งดำเนินการโดยห้าง "รัตนมาลา" พาหุรัด ปัจจุบันได้กลายเป็นห้าง ดิโอลด์สยาม ไปแล้ว ซึ่งนับวันยิ่งจะสูญหายไปเรื่อยๆ เพราะขาดการใส่ใจและอนุรักษ์เอาไว้

"ซอแก้ปัญหาทำนองจะปุ

นายน้อยอ้าย, นางเฮือนคำ นักร้อง

ส่งปี่ ๓ เล่ม"